มาตรฐานพื้นลายไม้คัดเกรด
มาตรฐานที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่ผู้ผลิตกำหนด แต่คือมาตรฐานที่คุณต้องการเพื่อเติมเต็มให้บ้านของคุณ
พื้น SPC ลายไม้ มีข้อมูลและสเปกมากมายที่ผู้ขายนำเสนอ ไม่รู้ว่าข้อไหนสำคัญ ข้อไหนไม่จำเป็น การเลือกพื้นลายไม้แบบฉลาดเลือกจึงไม่ควรเริ่มจากการดูสเปกสินค้า แต่ควรเริ่มจากทบทวนว่าคุณเคยพบปัญหาอะไร และคาดหวังอะไรจากพื้นใหม่ที่คุณอยากได้ กำหนดเป็นมาตรฐานของคุณเอง แล้วเลือกสินค้าที่ตรงมาตรฐานที่คุณกำหนดไว้เท่านั้น
คนรักบ้าน ได้พบเจ้าของบ้านมากมายที่มาเลือกพื้น SPC พบว่าแต่ละคนพบปัญหาและมีความคาดหวังแตกต่างกันไป บางคนมีปัญหาสีพื้นไม่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์
ก็จะเลือกสีเป็นหลัก บางคนมีปัญหาพื้นเดิมน้องแมวเดินลื่น ก็จะเลือกผิวเป็นหลัก บางคนมีปัญหาพื้นเป็นรอยง่ายเพราะใช้รถเข็นผู้สูงอายุ ก็จะเลือกชนิดทนรอยขีดข่วนเป็นหลัก ฯลฯ
ปัญหาและความต้องการที่หลากหลายนั้น สรุปได้ 5 เรื่อง คนรักบ้านจึงสรุปเป็น 5 มาตรฐานพื้นลายไม้ ให้เจ้าของบ้านใช้เป็นหลักในการเลือกพื้น SPC
ไม่ให้พลาดมองข้ามเรื่องสำคัญบางเรื่องไป
1. มาตรฐาน ลายไม้และตาไม้
พื้น SPC ลายไม้ที่จำหน่ายในประเทศไทย ส่วนมากนำเข้าจากประเทศจีนที่เป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดของโลก และกว่า 70% ผลิตเพื่อส่งออกไปทวีปยุโรป และอเมริกาเหนือ เป็นพื้นที่มีตาไม้มาก มีรอยผุเยอะ ตามความชอบของตลาดที่ชอบแบบนี้ เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทยส่วนมากจึงเป็นพื้นลายไม้แบบนี้
แต่สำหรับคนไทย ตาไม้หรือรอยผุ คือตำหนิ เป็นไม้ตกเกรดต้องคัดออก เจอตาไม้ดวงหนึ่งบนพื้นกลุ้มใจมากอยากรื้อออก
การเลือกพื้นลายไม้ มาตรฐานแรกจึงต้องพูดถึงเรื่อง ลายไม้ และ ตาไม้
2. มาตรฐาน ผิวสัมผัส
การเลือกพื้นลายไม้ ส่วนมากเจ้าของบ้านจะตั้งมาตรฐานในใจมาแล้วว่า ผิวต้องสาก เพราะกลัวลูกลื่น กลัวพ่อแม่ผู้สูงอายุล้ม หรือกลัวน้องหมาน้องแมวจะลื่นวิ่งเล่นไม่ได้ จึงเลือกพื้นแบบผิวสากเพราะคิดว่าปลอดภัยและเหมือนไม้จริง
ไม่รู้ว่าผิวต้องสากเท่านั้นจึงจะเหมือนไม้จริง เป็นความเชื่อที่มาจากไหน เพราะพื้นไม้จริงเขาต้องไสจนเรียบ แล้วเคลือบผิวด้วยยูเรเทนอีก 3 รอบ จึงไม่มีพื้นไม้จริงที่ไหนผิวสาก มีแต่พื้นลายไม้ SPC นี่แหล่ะที่ผิวสากมาก บางคนใช้งานแค่วันเดียวก็หาช่างไปรื้อออก เพราะเดินเท้าเปล่ารับไม่ได้กับผิวสากแบบนั้น
การเลือกพื้นลายไม้ มาตรฐานที่สองจึงต้องพูดถึงเรื่อง ผิวสัมผัส ว่าควรเลือกแบบไหนดี ผิวเรียบ ผิวเนียน หรือผิวสาก ?
3. มาตรฐาน เดินแน่น
พื้นไม้จริง ปกติหนา 1-1.5 นิ้ว วิธีติดตั้งแบบมาตรฐาน คือ วางตงไม้บนพื้นปูน ระยะห่าง 40-60 ซม. เทปูนปิดช่องว่างระหว่างตง ให้ระดับพื้นปูนเสมอกับตง แล้วจึงปูพื้นไม้โดยตอกตะปู ยึดสกรู หรือทากาว ยึดพื้นไม้กับตง เนื่องจากพื้นไม้จริงความหนาค่อนข้างมาก และมีทั้งตงไม้และพื้นปูนรองรับ พื้นไม้จริงจึงเดินแน่นเท้ามาก ไม่ยวบ และความเป็นไม้ทำให้รู้สึกละมุนเท้า ไม่แข็งกระด้าง
ส่วนพื้น SPC ลายไม้ เป็นวัสดุปูพื้นแผ่นบาง ความหนาเริ่มต้นที่ 4 มม. เวลาเดินจะรู้สึกถึงความบาง ไม่มั่นคง วิธีแก้ไข คือ ต้องเลือกชนิดแผ่นให้หนาขึ้น และเลือกโฟมรองให้หนาพอเหมาะ พื้นจึงจะเดินแน่น มั่นคง และรู้สึกนุ่มเท้าเหมือนเดินบนพื้นไม้จริง
การเลือกพื้นลายไม้ มาตรฐานที่สามจึงต้องพูดถึงเรื่อง ความหนาของพื้นและโฟมรอง ว่าควรเลือกความหนาเท่าไร และเลือกโฟมรองแบบไหนดี ?
4. มาตรฐาน ผิวทนรอย
พื้น SPC ลายไม้ ผิวแกร่งทนรอยดีกว่าพื้นไม้จริงเล็กน้อย แต่เจ้าของบ้านหลายท่านก็ยังพบปัญหาว่า พื้นเป็นรอย ที่พบบ่อยคือรอยขีดข่วนที่เกิดจาก การเข็นย้ายเฟอร์นิเจอร์ ล้อเก้าอี้ล้อเลื่อน และล้อรถเข็นผู้สูงอายุ หรือถ้าใช้ปูพื้นสำนักงานก็มีรอยขีดข่วนจากส้นรองเท้าส้นสูง
การปกป้องผิวไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน ใช้วิธีเคลือบผิวด้วยสารประเภทยูเรเทนที่มีความแกร่ง เรียกว่า Wear Layer โดยเคลือบ 0.3 มม.เป็นมาตรฐาน แต่ด้วยกิจกรรมในบ้านยุคใหม่เปลี่ยนไป ผิวเคลือบบางไม่สามารถรองรับการใช้งานได้ พื้นจึงเกิดรอยขีดข่วนเร็วมากขึ้น
การเลือกพื้นลายไม้ มาตรฐานที่สี่จึงต้องพูดถึงเรื่อง ทนรอยขีดข่วน เคลือบบาง 0.3 มม.ไม่พอ แล้วควรเลือกพื้นเคลือบหนาเท่าไร ?
5. มาตรฐาน ความปลอดภัย
เจ้าของบ้านหลายคนสงสัยว่าพื้น SPC ลายไม้ความหนาเท่ากัน ดูเหมือน ๆ กันไม่เห็นว่าต่างกันตรงไหน ทำไมราคาต่างกันมาก เหตุผลสำคัญมาจากวัสดุที่ใช้ ถ้าผลิตด้วยวัสดุใหม่เรียกว่าเกรด Virgin ราคาค่อนข้างสูง กับผลิตด้วยพลาสติกใช้แล้วเรียกว่าพื้นรีไซเคิล ราคาถูกกว่ากันมาก
พื้น SPC เกรด Virgin เป็นพื้นลายไม้คุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยไม่มีสารปนเปื้อนหรือสารระเหยอันตราย แต่พื้น SPC รีไซเคิล ผสมพลาสติกใช้แล้ว คุณภาพต่ำ อายุการใช้งานสั้น และอาจมีสารเคมีปนเปื้อน ที่สำคัญคือมีสารระเหยอันตรายจำพวกสารฟอร์มัลดิไฮด์ที่เกิดขึ้นจากขั้นตอนการหลอมพลาสติกซ้ำ
การเลือกพื้นลายไม้ มาตรฐานที่ห้าจึงต้องพูดถึงเรื่อง ความปลอดภัย โดยเฉพาะวิธีการแยกพื้น SPC เกรด Virgin ที่ปลอดภัย กับพื้นรีไซเคิลที่เสี่ยงสารอันตราย ว่าแตกต่างกันอย่างไร ?